เครื่องวัดความดังเสียง วัดระดับเสียง sound level meter

เครื่องวัดความดังเสียง

เสียงจัดเป็นพลังงานอีกรูปแบบหนึ่ง เช่น ไฟฟ้า แสง เสียงเคลื่อนที่ผ่านอากาศในลักษณะของคลื่น เรียกว่า คลื่นเสียง ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของโมเลกุลของอากาศในรูปแบบอัดและขยาย

นอกจากนั้นเสียงยังมีหลายความถี่ โดยที่ความถี่ที่คนเราหรือสัตว์ทั่วไปได้ยินจะอยู่ในช่วงความถี่หนึ่ง ๆ แล้วแต่ประเภทสิ่งมีชีวิตนั้น ๆ ความถี่บางความถี่บางช่วงมนุษย์ไม่ได้ยินแต่สัตว์บางชนิดสามารถรับรู้ได้

หากมีการสูญเสียการได้ยิน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้ยินเสียงทั้งหมดทุกความถี่หรือไม่ได้ยินเสียงโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้เป็นไปใด้ที่การสูญเสียการได้ยินในบางความถี่เสียง อาจเกิดในกรณีที่ต้องได้ยินเสียงดังในความถี่นั้นๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานานก็ได้

ความดังเสียง หรือ ความถี่เสียง สามารถวัดเป็นตัวเลขได้ โดยอุปกรณ์ที่จะวัดเสียงเรียกว่า SOUND LEVEL METER หรือ SOUND PRESSURE LEVEL หน่วยที่วัดได้คือ เดซิเบล (DECIBEL) ซึ่งอาจเป็น DECIBEL A หรือ DECIBEL C

ความดังเสียงที่มากเกินไปทำให้เกิดอันตรายต่อความสามารถในการได้ยินคนใด้ ดังนั้นการตรวจวัดระดับความดังเสียงจึงจำเป็น สำหรับสถานที่หรือสถานประกอบการที่มีเสียงดัง จากเครื่องจักรอุปกรณ์ กระบวนการผลิต เฉพาะอย่างยิ่งภายในโรงงานอุตสาหกรรม

การตรวจวัดเสียงให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงานเป็นหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่อาชีวอนามัยและความปลอดภัย

หลักในการเลือกซื้อเครื่องวัดความดังเสียง สเกลที่สามารถวัดเสียงได้อย่างน้อยควรมี 2 สเกล เช่น สเกล A และ C โดยมาตรฐานของเสียงที่มีผลกระทบกับการได้ยินต่อสุขภาพอนามัย วัดกันโดยสเกล A ส่วนสเกลอื่นๆ เป็นทางเลือก สเกล C มักใช้วัดจุด Peak ของเสียง สเกล D นิยมใช้วัดจุดที่มีความเข้มเสียงสูง ๆ เช่น เสียงเครื่องบินเจ็ตที่บินผ่าน เสียงของเครื่องยนต์เครื่องบินในสนามบิน แต่โดยภาพรวมแล้วใช้สเกล A เป็นหลัก

เนื่องจากเสียงมีระดับ ขึ้น ลง ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นแล้วการประมวลผลของเครื่องวัดเสียงต้องมีการถ่วงน้ำหนักเวลา เรียก Time-Weighting ซึ่งโดยมาตรฐานสากลแล้วมี 3 ประเภทคือ Slow, Fast และ Impulse ใช้ตัวย่อเป็น S, F, I ซึ่งตอบสนองกับเวลาวัดใน 1 วินาที 123 มิลลิวินาที และ 35 มิลลิวินาทีตามลำดับ ซึงปกค่า Impulse จะไม่ใช้วัดกับคน ฉะนั้นเครื่องวัดเสียงที่มีคุณภาพควรจะวัดได้ทั้ง Fast และ Slow

ระดับเสียงในสถานประกอบการที่ลูกจ้างต้องทำงานคร่าว ๆ

ภายในสถานประกอบการที่ลูกจ้างทำงานดังต่อไปนี้

– ไม่เกินวันละเจ็ดชั่วโมงต้องมีระดับเสียงดังติดต่อกันไม่เกิน 91เดซิเบล(เอ)
– เกินวันละเจ็ดชั่วโมงแต่ไม่เกิน 8ชั่วโมงต้องมีระดับเสียงดังติดต่อกันไม่เกิน 90 เดซิเบล(เอ)
– เกินวันละแปดชั่วโมงต้องมีระดับเสียงดังติดต่อกันไม่เกิน 80เดซิเบล(เอ)

ทั้งนี้ ห้ามลูกจ้างทำงานในที่ที่มีระดับเสียงดังเกิน 140 เดซิเบล(เอ)
หากระดับเสียงดังเกิน ให้ทำการปรับปรุงแก้ไขที่ต้นกำเนิดของเสียง
หากไม่สามารถแก้ไขได้ให้จัดให้มีการสวมใส่ปลั๊กลดเสียงหรือที่ครอบหูลดเสียง ตลอดเวลาการทำงาน

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *